ทำไม False Alarm จึงเป็นปัญหาใหญ่?
การแจ้งเตือนผิดพลาดไม่ได้เป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ เมื่อเกิดขึ้นบ่อย คนในอาคารจะเริ่มไม่เชื่อสัญญาณเตือนและไม่อพยพเมื่อเกิดเหตุจริง ธุรกิจหยุดชะงักทุกครั้งที่ต้องอพยพ และเจ้าหน้าที่บางแห่งแก้ปัญหาด้วยการปิดโซนหรือปิดระบบทิ้ง ซึ่งทำให้อาคารไม่มีการเฝ้าระวังเลย
หลักสำคัญ: ให้ถือว่าทุกสัญญาณเตือนเป็นเหตุจริงไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้วว่าปลอดภัย
สาเหตุที่ทำให้ Fire Alarm ดังเองบ่อย
1. ฝุ่นและแมลงสะสมในหัวตรวจจับ
ฝุ่นที่สะสมในห้องตรวจจับของ Smoke Detector ทำให้อุปกรณ์ไวเกินปกติ ส่วนแมลงขนาดเล็กที่คลานเข้าไปอาจบังลำแสงภายในจนอุปกรณ์เข้าใจว่าเป็นควัน
2. ไอน้ำ ความชื้น และควันจากการใช้งานปกติ
ไอน้ำจากห้องน้ำ ควันจากการทำอาหาร ควันธูป หรือควันจากเครื่องจักร ล้วนทำให้ Smoke Detector แจ้งเตือนได้
3. เลือกชนิดอุปกรณ์ไม่เหมาะกับพื้นที่
เช่น ติด Smoke Detector ในห้องครัวหรือที่จอดรถ ซึ่งควรใช้ Heat Detector แทน อ่านวิธีเลือกได้ที่ Smoke, Heat และ Beam Detector ต่างกันอย่างไร
4. อุปกรณ์เสื่อมหรือหมดอายุ
อุปกรณ์ที่ใช้งานมานานความไวจะเปลี่ยนไป ผู้ผลิตส่วนใหญ่แนะนำให้เปลี่ยน Smoke Detector ประมาณทุก 10 ปี
5. งานก่อสร้างหรือตกแต่งภายใน
ฝุ่นจากการเจาะ ตัด ขัด หรือสเปรย์พ่นสี ทำให้หัวตรวจจับทำงานหรือสกปรกจนไวเกินไปหลังงานเสร็จ
6. ปัญหาสายสัญญาณ
สายชำรุด ขั้วต่อหลวม ความชื้นในท่อร้อยสาย หรือปัญหาการลงดิน (Ground Fault) ทำให้ตู้ควบคุมได้รับสัญญาณผิดพลาดหรือแจ้ง Trouble บ่อย
7. ติดตั้งใกล้ช่องลมแอร์หรือพัดลม
กระแสลมพัดฝุ่นเข้าหัวตรวจจับ และอาจทำให้ควันจริงลอยไม่ถึงหัวตรวจจับ
8. การกดปุ่มแจ้งเหตุโดยไม่ตั้งใจ
ปุ่มกดแจ้งเหตุในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่านอาจถูกชนหรือถูกกดเล่น การติดฝาครอบกันกด (Protective Cover) ช่วยลดปัญหานี้ได้
เมื่อระบบแจ้งเตือน ควรทำอย่างไร?
- ดูตำแหน่งที่ตู้ควบคุมแสดง และให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจุดนั้นทันทีพร้อมเตรียมอพยพ
- หากพบเหตุจริง ให้อพยพตามแผนและโทรแจ้งหน่วยดับเพลิง 199
- หากยืนยันว่าไม่มีเหตุ ให้กดปิดเสียง (Silence) ตามขั้นตอน
- หาสาเหตุ เช่น ควันจากการทำอาหาร ฝุ่น หรืออุปกรณ์ชำรุด และแก้ไขต้นเหตุก่อน
- รีเซ็ตตู้ควบคุม และตรวจว่าระบบกลับสู่สถานะปกติ
- บันทึกเหตุการณ์ หากเกิดซ้ำจากจุดเดิม ให้เรียกช่างตรวจทันที
ถ้าไม่แน่ใจว่าตู้ควบคุมแสดงอะไร อ่านได้ที่ วิธีอ่านสถานะตู้ควบคุม Fire Alarm
วิธีป้องกัน False Alarm ในระยะยาว
- บำรุงรักษาและทำความสะอาดหัวตรวจจับตามรอบ ดูแนวทางได้ที่ เช็กลิสต์บำรุงรักษาระบบ Fire Alarm
- เปลี่ยนชนิดอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น ใช้ Heat Detector ในห้องครัว
- ปิดครอบหัวตรวจจับระหว่างงานก่อสร้าง แจ้งช่างก่อนเริ่มงาน และถอดฝาครอบออกทันทีเมื่องานเสร็จ
- ใช้ฟังก์ชันยืนยันสัญญาณ (Alarm Verification) หรือปรับความไวของอุปกรณ์ในระบบที่รองรับ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
- เปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุ และอบรมเจ้าหน้าที่ให้รู้ขั้นตอนเมื่อเกิดการแจ้งเตือน
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ปิดโซนหรือปิดระบบทิ้งถาวรเพื่อหยุดเสียง
- ถอดหัวตรวจจับออก หรือคลุมหัวตรวจจับไว้ตลอดเวลา
- ตัดสายอุปกรณ์แจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มีเสียง
- กดรีเซ็ตซ้ำๆ โดยไม่ตรวจหาสาเหตุ
การกระทำเหล่านี้ทำให้พื้นที่นั้นไม่มีการเฝ้าระวัง อาจขัดต่อข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและเงื่อนไขประกันภัย
สรุป
False Alarm แก้ได้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ด้วยการปิดระบบ การบำรุงรักษาตามรอบและการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่ช่วยลดปัญหาได้มาก หากระบบของคุณแจ้งเตือนผิดพลาดบ่อย Safety Fire มีบริการตรวจเช็ค ซ่อมแซม และเปลี่ยนอุปกรณ์มาตรฐานสากล ติดต่อทีมงานหรือดู สินค้าและบริการ