ทำไมต้องบำรุงรักษาระบบ Fire Alarm?
ระบบ Fire Alarm เป็นระบบที่ “รอทำงาน” นานหลายปีโดยไม่มีใครสังเกต ในระหว่างนั้นฝุ่นจะสะสมในหัวตรวจจับ แบตเตอรี่เสื่อมตามอายุ และสายสัญญาณอาจเสียหายจากงานปรับปรุงอาคาร หากไม่ตรวจเช็คเลย ระบบอาจ ไม่ทำงานเมื่อเกิดเหตุจริง หรือกลับ แจ้งเตือนผิดพลาดบ่อย จนคนในอาคารไม่เชื่อสัญญาณเตือน
ความถี่ในการตรวจเช็คในบทความนี้เป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไป ความถี่ที่แน่นอนควรอ้างอิงมาตรฐานที่อาคารใช้ เช่น NFPA 72 หรือมาตรฐานของ วสท. รวมถึงคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์
เช็กลิสต์ประจำวัน: เจ้าหน้าที่อาคารทำเองได้
- ตู้ควบคุมแสดงสถานะปกติ (Normal) ไฟแสดงแหล่งจ่ายไฟหลักติด ไม่มีไฟ Trouble หรือ Supervisory ค้าง
- ไม่มีเสียงเตือนเบาๆ (Buzzer) จากตู้ควบคุม
- จดบันทึกเหตุการณ์ผิดปกติทุกครั้ง พร้อมวันเวลาและสิ่งที่แก้ไข
ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟแต่ละดวงหมายถึงอะไร อ่านได้ที่ วิธีอ่านสถานะตู้ควบคุม Fire Alarm
เช็กลิสต์ประจำเดือน: ตรวจด้วยสายตา
- หัวตรวจจับไม่ถูกบัง ไม่ถูกทาสีทับ ไม่มีฝาครอบกันฝุ่นหลงเหลือจากงานก่อสร้าง และไม่แตกหักเสียหาย
- ปุ่มกดแจ้งเหตุ (Manual Call Point) มองเห็นชัด ไม่มีสิ่งของวางขวาง เข้าถึงได้ง่าย
- กระดิ่ง ไซเรน และไฟกะพริบ อยู่ในสภาพดี ไม่หลุดหรือเสียหาย
- ห้องหรือตู้ที่ติดตั้งตู้ควบคุมแห้ง ไม่มีน้ำรั่วซึม และไม่มีสิ่งของกีดขวางหน้าตู้
- ตรวจสอบบันทึกเหตุการณ์ (Event Log) ในตู้ควบคุม ว่ามีการแจ้งเตือนหรือ Trouble ที่ยังไม่ได้แก้ไขหรือไม่
เช็กลิสต์ราย 6 เดือน
- ทดสอบแบตเตอรี่สำรองและระบบชาร์จ ว่าจ่ายไฟได้ตามเกณฑ์ที่ออกแบบไว้
- ตรวจขั้วแบตเตอรี่ว่าไม่มีคราบเกลือหรือการกัดกร่อน และตรวจวันที่ติดตั้งแบตเตอรี่
- ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์บางส่วนแบบสุ่ม และทดสอบการแจ้ง Trouble ของตู้ควบคุม
เช็กลิสต์ประจำปี: ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญทำ
- ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับทุกตัว ด้วยสเปรย์ทดสอบควันหรือเครื่องมือทดสอบความร้อนที่ผู้ผลิตแนะนำ
- ทดสอบปุ่มกดแจ้งเหตุทุกจุด และตรวจว่าตู้แสดงตำแหน่งได้ถูกต้อง
- ทดสอบอุปกรณ์แจ้งเตือนทุกตัว ตรวจว่าเสียงดังเพียงพอและไฟกะพริบมองเห็นได้ในทุกพื้นที่
- ทดสอบการสั่งงานระบบที่เชื่อมต่อ เช่น การหยุดพัดลม การสั่งลิฟต์ และการปลดล็อกประตู
- ทำความสะอาดหัวตรวจจับ และทดสอบความไวตามรอบที่มาตรฐานหรือผู้ผลิตกำหนด
- จัดทำรายงานผลการทดสอบ พร้อมรายการอุปกรณ์ที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยน
ตารางสรุปความถี่ในการตรวจเช็ค
| ความถี่ | สิ่งที่ตรวจ | ผู้ดำเนินการ |
|---|---|---|
| ทุกวัน | สถานะตู้ควบคุม ไฟแสดงผล เสียงเตือน | เจ้าหน้าที่อาคาร |
| ทุกเดือน | สภาพอุปกรณ์ด้วยสายตา การเข้าถึงปุ่มกดแจ้งเหตุ บันทึกเหตุการณ์ | เจ้าหน้าที่อาคาร |
| ทุก 6 เดือน | แบตเตอรี่และระบบชาร์จ ทดสอบอุปกรณ์แบบสุ่ม | ช่างผู้เชี่ยวชาญ |
| ทุกปี | ทดสอบอุปกรณ์ทุกจุด อุปกรณ์แจ้งเตือน ระบบที่เชื่อมต่อ ทำความสะอาดหัวตรวจจับ | ช่างผู้เชี่ยวชาญ |
สัญญาณที่บอกว่าระบบต้องได้รับการตรวจทันที
- ตู้ควบคุมแสดง Trouble หรือมีเสียงเตือนค้าง
- แจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) ซ้ำจากจุดเดิม
- หลังมีงานก่อสร้าง ตกแต่งภายใน หรือย้ายผนังกั้นห้อง
- หลังเกิดฟ้าผ่า ไฟกระชาก หรือน้ำท่วมในอาคาร
- อุปกรณ์ตรวจจับใช้งานมาประมาณ 10 ปี หรือแบตเตอรี่ใช้งานมาเกิน 3–5 ปี
สรุป
การบำรุงรักษาที่ดีแบ่งเป็นงานที่เจ้าหน้าที่อาคารทำได้เองทุกวันและทุกเดือน กับงานทดสอบเชิงเทคนิคที่ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญทำตามรอบ Safety Fire ให้บริการดูแล ตรวจเช็ค และซ่อมแซมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พร้อมอะไหล่สำรองมาตรฐานสากล ดูรายละเอียดได้ที่ สินค้าและบริการ หรือติดต่อทีมงานเพื่อวางแผนการบำรุงรักษาอาคารของคุณ