อุปกรณ์

Smoke Detector, Heat Detector และ Beam Detector ต่างกันอย่างไร? เลือกให้เหมาะกับพื้นที่

Smoke, Heat, Beam และ Flame Detector ทำงานต่างกันอย่างไร เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และควรหลีกเลี่ยงติดตั้งตรงไหน พร้อมตารางเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

  • อัปเดต 22 กันยายน 2569
  • อ่าน 4 นาที
  • ทีมงาน Safety Fire
Smoke Detector ติดตั้งบนฝ้าเพดานทางเดินในอาคาร
คำตอบสั้นๆ

Smoke Detector ตรวจจับควัน แจ้งเตือนได้เร็วจึงเหมาะกับห้องทั่วไป Heat Detector ตรวจจับความร้อน เหมาะกับพื้นที่ที่มีควันหรือไอน้ำตามปกติ เช่น ห้องครัวหรือที่จอดรถ ส่วน Beam Detector ใช้ลำแสงตรวจจับควันในพื้นที่กว้างและเพดานสูง เช่น โกดังหรือโถงอาคาร การเลือกชนิดให้ตรงพื้นที่ช่วยให้แจ้งเหตุได้เร็วและลดการแจ้งเตือนผิดพลาด

ประเด็นสำคัญ

  • Smoke Detector แจ้งเหตุได้เร็วที่สุดในพื้นที่ทั่วไป แต่ไวต่อฝุ่นและไอน้ำ
  • Heat Detector มีแบบอุณหภูมิคงที่ (Fixed Temperature) และแบบอัตราการเพิ่มของอุณหภูมิ (Rate of Rise)
  • Beam Detector ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ด้วยอุปกรณ์น้อยชิ้น เหมาะกับเพดานสูง
  • Flame Detector ใช้ในพื้นที่เสี่ยงพิเศษ เช่น พื้นที่เก็บเชื้อเพลิงหรือสารเคมี
สารบัญ
  1. Smoke Detector (อุปกรณ์ตรวจจับควัน) ทำงานอย่างไร?
  2. Heat Detector (อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน) มีกี่แบบ?
  3. Beam Detector เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?
  4. Flame Detector และอุปกรณ์เฉพาะทางอื่นๆ
  5. ตารางสรุป: เลือก Detector ให้เหมาะกับพื้นที่
  6. ข้อควรระวังในการติดตั้ง Detector
  7. สรุป
  8. คำถามที่พบบ่อย

Smoke Detector (อุปกรณ์ตรวจจับควัน) ทำงานอย่างไร?

Smoke Detector ที่ใช้ในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ส่วนใหญ่เป็นแบบ Photoelectric ภายในมีแหล่งกำเนิดแสงและตัวรับแสงอยู่ในห้องตรวจจับ เมื่อควันลอยเข้ามา อนุภาคควันจะทำให้แสงหักเหไปกระทบตัวรับแสง อุปกรณ์จึงส่งสัญญาณเตือน

เพราะควันมักเกิดขึ้นก่อนที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นมาก Smoke Detector จึงเป็นอุปกรณ์ที่ แจ้งเตือนได้เร็วที่สุด ในพื้นที่ทั่วไป

  • เหมาะกับ – ห้องทำงาน ห้องประชุม ทางเดิน ห้องพักโรงแรม ห้องนอน ห้องเก็บเอกสาร ห้องควบคุมไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ควรหลีกเลี่ยง – ห้องครัว ห้องน้ำ พื้นที่มีฝุ่นมาก พื้นที่ที่มีไอน้ำหรือควันจากการทำงานตามปกติ และตำแหน่งใกล้ช่องลมแอร์

Heat Detector (อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน) มีกี่แบบ?

Heat Detector ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แบ่งเป็น 2 หลักการที่นิยมใช้

  • Fixed Temperature (อุณหภูมิคงที่) – แจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิถึงค่าที่กำหนด เช่น รุ่นที่ใช้ทั่วไปตั้งไว้ราว 57–58 °C
  • Rate of Rise (อัตราการเพิ่มของอุณหภูมิ) – แจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเร็วผิดปกติ แม้ยังไม่ถึงค่าที่กำหนด

หลายรุ่นรวมทั้งสองหลักการไว้ในตัวเดียว Heat Detector แจ้งเตือนช้ากว่า Smoke Detector แต่ทนต่อควันและไอน้ำจากการใช้งานปกติได้ดี จึงช่วยลดการแจ้งเตือนผิดพลาด

  • เหมาะกับ – ห้องครัว ที่จอดรถ ห้องเครื่องปั่นไฟ ห้องบอยเลอร์ โรงงานที่มีฝุ่นหรือไอระเหย
  • ไม่ควรใช้แทน Smoke Detector – ในห้องนอนหรือพื้นที่ที่ต้องการการแจ้งเตือนเร็วเพื่อความปลอดภัยของชีวิต

Beam Detector เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

Beam Detector ประกอบด้วยตัวส่งและตัวรับลำแสง (หรือตัวส่งกับแผ่นสะท้อนแสง) ติดตั้งคนละฝั่งของพื้นที่ เมื่อควันลอยขึ้นไปบังลำแสงจนความเข้มของแสงลดลงถึงระดับที่กำหนด อุปกรณ์จะส่งสัญญาณเตือน

  • เหมาะกับ – โกดังสินค้า โรงงาน โถงอาคาร ห้องประชุมใหญ่ โรงยิม และพื้นที่เพดานสูงที่ติดตั้งและบำรุงรักษาหัวตรวจจับแบบจุดได้ยาก
  • ข้อควรระวัง – ต้องติดตั้งบนโครงสร้างที่มั่นคงเพื่อไม่ให้ลำแสงเคลื่อน และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางแนวลำแสง เช่น ชั้นวางสินค้าหรือเครนที่เคลื่อนผ่าน

Flame Detector และอุปกรณ์เฉพาะทางอื่นๆ

  • Flame Detector – ตรวจจับรังสี UV หรือ IR จากเปลวไฟ ใช้ในพื้นที่เสี่ยงพิเศษ เช่น พื้นที่เก็บเชื้อเพลิง สารไวไฟ หรือโรงงานเคมี
  • Multi-Criteria Detector – รวมการตรวจจับควันและความร้อนไว้ในตัวเดียว ช่วยให้ตัดสินใจแม่นยำขึ้นในพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงบ่อย
  • Duct Smoke Detector – ติดตั้งในท่อลมของระบบปรับอากาศ เพื่อตรวจจับควันที่อาจถูกพัดพาไปทั่วอาคาร
  • Aspirating Smoke Detector – ดูดอากาศผ่านท่อมาตรวจวิเคราะห์ ตรวจจับควันได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เหมาะกับห้องเซิร์ฟเวอร์หรือพื้นที่เพดานสูงบางประเภท

ตารางสรุป: เลือก Detector ให้เหมาะกับพื้นที่

พื้นที่อุปกรณ์ที่แนะนำเหตุผล
ห้องทำงาน ทางเดิน ห้องพักSmoke Detectorแจ้งเตือนเร็ว เหมาะกับพื้นที่ทั่วไป
ห้องครัว ห้องที่มีไอน้ำHeat Detectorไม่ไวต่อควันและไอน้ำจากการใช้งาน ลด False Alarm
ที่จอดรถ ห้องเครื่องHeat Detectorทนต่อไอเสียและฝุ่น
โกดัง โรงงาน โถงเพดานสูงBeam Detectorครอบคลุมพื้นที่กว้างด้วยอุปกรณ์น้อยชิ้น
พื้นที่เก็บเชื้อเพลิงหรือสารไวไฟFlame Detectorตรวจจับเปลวไฟได้เร็วในพื้นที่เสี่ยงสูง
ห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องควบคุมSmoke Detector หรือ Aspiratingต้องการการแจ้งเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ข้อควรระวังในการติดตั้ง Detector

  • วางตำแหน่งและระยะห่างตามมาตรฐานและคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ติดชิดมุมห้องที่อากาศไม่ไหลเวียน
  • หลีกเลี่ยงตำแหน่งใกล้ช่องลมแอร์ พัดลม หรือหน้าต่างที่ลมแรง เพราะควันอาจไม่ลอยไปถึงหัวตรวจจับ
  • เลือกอุปกรณ์ที่เข้ากันได้กับตู้ควบคุม โดยเฉพาะระบบ Addressable
  • ระหว่างมีงานก่อสร้างหรือตกแต่งภายใน ควรปิดครอบหัวตรวจจับกันฝุ่น และ ต้องถอดฝาครอบออกทุกครั้งเมื่องานเสร็จ
  • ตรวจเช็คและทำความสะอาดตามรอบ เพื่อลดปัญหา Fire Alarm ดังเองบ่อย

สรุป

ไม่มี Detector ชนิดใดที่เหมาะกับทุกพื้นที่ การเลือกให้ตรงกับลักษณะการใช้งานของแต่ละห้องคือหัวใจของระบบที่แจ้งเหตุได้เร็วและเชื่อถือได้ Safety Fire มีอุปกรณ์ตรวจจับหลายชนิดจากแบรนด์มาตรฐานสากล ดูรายการได้ที่ สินค้าและบริการ หรือปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับอาคารของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ห้องครัวควรใช้ Smoke Detector หรือ Heat Detector?

ควรใช้ Heat Detector เพราะควันและไอน้ำจากการทำอาหารทำให้ Smoke Detector แจ้งเตือนผิดพลาดได้ง่าย

Smoke Detector มีอายุการใช้งานกี่ปี?

ผู้ผลิตส่วนใหญ่แนะนำให้เปลี่ยนประมาณทุก 10 ปี หรือเร็วกว่านั้นหากอุปกรณ์สกปรกหรือเสื่อมจนทดสอบไม่ผ่าน ควรดูคำแนะนำของผู้ผลิตรุ่นที่ใช้งาน

พื้นที่เพดานสูงมาก เช่น โกดัง ควรใช้อุปกรณ์แบบไหน?

นิยมใช้ Beam Detector เพราะครอบคลุมพื้นที่กว้างและติดตั้งบนผนังได้ ในบางพื้นที่อาจใช้ระบบดูดอากาศ (Aspirating Smoke Detector) ซึ่งตรวจจับควันได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ติดตั้ง Detector ของระบบ Fire Alarm เองได้ไหม?

ไม่แนะนำ อุปกรณ์ที่ต่อกับตู้ควบคุมต้องเข้ากันได้กับระบบ เดินสายและวางตำแหน่งตามมาตรฐาน จึงควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้ง ส่วน Smoke Alarm แบบติดตั้งเดี่ยวสำหรับบ้านสามารถติดตั้งเองได้

ทีมงาน Safety Fire ผู้จำหน่ายและให้บริการออกแบบ ติดตั้ง ดูแลระบบ Fire Alarm โดยทีมงานประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี · อัปเดต 22 กันยายน 2569
แชร์บทความนี้
Related Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

กระดิ่งแจ้งเหตุเพลิงไหม้และแผงแสดงโซนในอาคาร บำรุงรักษา อ่าน 4 นาที

Fire Alarm ดังเองบ่อย (False Alarm) เกิดจากอะไร? สาเหตุและวิธีแก้ไข

Fire Alarm แจ้งเตือนผิดพลาดบ่อยทำให้คนในอาคารเริ่มไม่เชื่อสัญญาณเตือน รวมสาเหตุที่พบบ่อย เช่น ฝุ่น ไอน้ำ แมลง อุปกรณ์เสื่อม และวิธีแก้ไขป้องกันอย่างถูกต้อง อ่านต่อ
อุปกรณ์ระบบ Fire Alarm ทั้ง Smoke Detector กระดิ่ง และปุ่มกดแจ้งเหตุ พื้นฐานระบบ อ่าน 4 นาที

ระบบ Fire Alarm คืออะไร? ส่วนประกอบและหลักการทำงานของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ระบบ Fire Alarm คือระบบที่ตรวจจับควัน ความร้อน หรือเปลวไฟ แล้วส่งสัญญาณเตือนให้คนในอาคารอพยพได้ทันเวลา สรุปส่วนประกอบหลัก 4 ส่วนและหลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย อ่านต่อ
ช่างติดตั้งอุปกรณ์ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้บนฝ้าเพดาน ออกแบบและติดตั้ง อ่าน 4 นาที

ขั้นตอนออกแบบและติดตั้งระบบ Fire Alarm ตั้งแต่สำรวจหน้างานจนส่งมอบ

อธิบาย 7 ขั้นตอนการทำระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ตั้งแต่สำรวจหน้างาน ออกแบบ เลือกอุปกรณ์ เดินสายและติดตั้ง ตั้งค่าตู้ควบคุม ทดสอบระบบ จนถึงส่งมอบงานและอบรมผู้ใช้ อ่านต่อ
ติดต่อทีมงาน

ต้องการคำแนะนำเรื่องระบบ Fire Alarm?

สอบถามราคา ขอใบเสนอราคา หรือปรึกษาการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบกับทีมงาน Safety Fire ได้ทันที